| |
ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ซึ่งมีสารอาหารที่ช่วยรักษาสุขภาพของดวงตา
และลดอนุมูลอิสระที่จะทำลายเลนส์ตา
คือ สารแอนติออกซิแดนท์
(วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทิน สังกะสี และไบโอฟลาโวนอยด์)
ทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Opticare |
| |
สารแอนติออกซิแดนท์ |
|
เช่น วิตามินซี และวิตามินอีช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา
จากการวิจัยของสถาบันแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (The National Eye Institute)
พบว่า การเสริมวิตามินอีร่วมกับสังกะสีในผู้ที่อายุ 55 ปีขึ้นไป
จะช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้
|
| |
เบตตาแคโรทีน (Beta-Carotene) |
|
| |
เป็นสารอาหารที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการมองเห็นในที่มืด
และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพตา ช่วยบำรุงรักษาดวงตา
และป้องกันโรคตาหลายชนิด เช่น ต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน และยังช่วยให้ผิวเยื่อเมือกต่าง ๆ ในร่างกายชุ่มชื่นขึ้นอีกด้วย
|
| |
ลูทีน (Luteine) และ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) |
|
| |
เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง พบมากในพืชผักที่มีสีเหลือง และสีเขียวเข้ม เช่น ผักกาด คะน้า ปวยเล้ง
ลูทีน และซีแซนทินเป็นสารธรรมชาติที่พบมากในตาบริเวณจุดรับภาพ
และจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรอง หรือช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดด
ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย
โดยการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา และกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา
ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารลูทีนจากอาหาร ส่วนสารซีแซนทิน
นอกจากจะได้จากอาหารส่วนหนึ่งแล้ว ร่างกายสามารถเปลี่ยนสารลูทีนในตาให้เป็นสารซีแซนทินได้
ปริมาณลูทีน 6 มก./วัน ช่วยลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมถึงร้อยละ 50
ดังนั้น ผู้ที่บริโภคผักผลไม้หลาย ๆ สีเป็นประจำ จึงสามารถลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้
เนื่องจากผักผลไม้จะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระดังกล่าว |
| |
ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) |
|
| |
พบได้ในบลูเบอร์รี่ หรือบิลเบอร์รี่ องุ่นแดง ส้ม และเครนเบอร์รี่
ไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารแอนโธไซยานิดิน ช่วยป้องกันเลนส์ตา
และสร้างความแข็งแรงให้กับสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นโครงสร้างของคอร์เนีย (Cornea) และเส้นเลือดฝอยในตา |
| |
บิลเบอร์รี่ (Billberry) |
|
| |
ได้รับความนิยมสูงมาก รองจากลูทีน
นอกจากจะช่วยป้องกันเลนส์ตาแล้ว ยังช่วยให้มองเห็นชัดในที่มืด หรือที่ที่มีแสงสลัว ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
บิลเบอร์รี่ (Billberry) เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เนื่องจากนักบินทหารอากาศของอังกฤษสังเกตุเห็นว่า..
การบริโภคแยมบิลเบอร์รี่ก่อนที่จะออกบินในเวลากลางคืนช่วยให้สายตาทำงานในที่มืดได้ดียิ่งขึ้น
ในศตวรรษที่ 1960 นักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่า สารแอนโธไซยานิดินสกัดจากบิลเบอร์รี่ ช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืด
และมีความไวในที่ที่มีแสงน้อย ๆ ดีกว่า หลังจากนั้นได้มีการทำวิจัยอีกหลายครั้ง
การวิจัยในผู้ควบคุมหอบังคับการเครื่องบิน 14 คน
ซึ่งต้องทำงานกลางคืน
พบว่า หลังจากที่ได้รับบิลเบอร์รี่สกัด 8 วัน สายตาสามารถปรับในความืดได้ดี
หรือการปรับสายตาหลังจากที่ต้องอยู่ในแสงจ้ามากดีขึ้น งานวิจัยในอิตาลีพบผลเช่นเดียวกัน
แต่ระยะเวลาการปรับของสายตาเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 วัน หลังจากที่ได้รับแอนโธไซยาโนไซด์วันละ 50 มก.
บิลเบอร์รี่ (Billberry) เป็นผลไม้สมุนไพรที่มีความปลอดภัย และไม่พบพิษ โดยผลจากการวิจัยต่าง ๆ ไม่พบผลข้างเคียง
ดังนั้น นักวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการมีสุขภาพดีของมนุษย์ ด้วยการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี |